มีอะไรอยู่ในขวด

…สมชาย ชายหนุ่มวัย 40 เศษ พนักงานขับรถของอดีตรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ชอบเล่นกล้าม เพาะกาย ออกกำลังอยู่เป็นประจำ ปกติเป็นคนแข็งแรง หุ่นดีล่ำสัน แต่อยู่ดีๆก็เกิดอาการไข้สูง ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล แพทย์บอกว่าเป็นโลหิตติดเชื้อจากระบบทางเดินปัสสาวะ เขาอยู่โรงพยาบาลได้ 2-3 วันก็เสียชีวิต

เมื่อสืบค้นประวัติ พบว่าสมชายชอบกินยาดองเหล้า และยาบำรุงแผนโบราณเป็นประจำ ที่บ้านมีขวดยาดังกล่าวมากมาย (เดิมสมชายซื้อยา Hormoneและยาบำรุงแผนปัจจุบันสำหรับนักเพาะกายมากิน แต่เนื่องจากราคาแพงสู้ค่าใช้จ่ายไม่ไหว จึงเปลี่ยนเป็นยาแผนโบราณแทน) เมื่อนำขวดยาไปให้ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์วิเคราะห์ พบว่ายาดังกล่าวผสมสารสเตอรอยด์ (Steroid) ในปริมาณที่สูงมาก

….ยาประเภทเติมพลังที่วางขายในต่างจังหวัด ซึ่งผลิตขึ้นมาโดยผู้ผลิตที่หวังผลประโยชน์ โดยไม่ใส่ใจผู้บริโภคมีหลายประเภท บางอย่างศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุขซึ่งมีหน้าที่เฝ้าระวังเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคด้านยาและอาหาร ตรวจพบ steroid ซึ่งมีฤทธิ์กดภูมิคุ้มกัน และเกิดอาการหลอกทำให้รู้สึกสดชื่น หายปวดเนื้อปวดตัวอยู่พักหนึ่ง ในจังหวัดอุดรธานีเคยตรวจพบยากลุ่มนี้ซึ่งเติมสาร dichloride – methane (สารตระกลูเดียวกับ chloroform) เพื่อทำให้ยามีรสหอมหวาน แต่เป็นพิษต่อตับ เป็นส่วนผสมอยู่ในยาบำรุง เริ่มมีรายงานตรวจพบยาไวกร้า ในยาประเภทนี้ด้วยในต่างประเทศ

….ผู้กำกับการตำรวจ ประจำอำเภอแห่งหนึ่งทางภาคอิสานเล่าว่า มียาบำรุงยี่ห้อหนึ่งที่ผลิตโดยบริษัทผลิตยาสตรีที่โด่งดัง ใครๆก็รู้จักที่ขายดีมาก มักจะขาดตลาดไม่พอขายอยู่เสมอ โดยเฉพาะพระภิกษุจะนิยมซื้อหาไปบริโภคกันประจำ เมื่อนำมาวิเคราะห์พบว่ามี Alcohol ผสมถึง 12% (ซึ่งสูงกว่าเบียร์ที่จำหน่ายในท้องตลาด) และแสดงฉลากในลักษณะ อำพราง นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมที่กระตุ้นหัวใจอย่างอื่นๆปนอยู่ด้วย กลายเป็นว่าพระฉันเหล้ากันสนุกสนานไปเลย….

ปัญหาการผลิตยาที่ไม่ได้มาตรฐานในประเทศไทยเป็นมาช้านาน และถึงแม้ทางราชการจะตระเวนไล่จับไล่ตรวจกันอย่างไร ก็ยังมีผลุบๆโผล่ๆอยู่ตรงโน้นตรงนี้เสมอ ยาเหล่านี้บางครั้งเมื่อตรวจเจอกลายเป็นว่ามีการแพร่ขยายจำหน่ายไปมากแล้ว บางยี่ห้อวางขายในร้านสะดวกซื้อก็มี การเพิกถอนตำรับบางครั้งต้องใช้เวลาถึง 6 เดือน บางครั้งบริษัทก็อ้างว่ามีคนปลอมยาของบริษัทจำหน่าย บางครั้งก็เปลี่ยนแปลงชื่อผู้ประกอบการและสถานที่ผลิตไปเรื่อยเพื่อหลบเลี่ยงการถูกจับกุม นับว่าเป็นปัญหาในทางปฏิบัติกับสำนักงานอาหารและยาซึ่งเป็นผู้ดูแลเรื่องนี้เป็นอย่างมาก…

มีคนให้ข้อสังเกตุว่า หากมีคนกินยาพิษฆ่าตัวตาย 1 คน คนไทยจะถือเป็นโศกนาฏกรรม แต่เรามีคนตายผ่อนส่งจากยาและเครื่องดื่มที่ไม่ปลอดภัย เดือนละหลายร้อยคน เรากลับถือเป็นสถิติข้อมูลปกติ และไม่ใส่ใจตื่นตัวที่จะช่วยกันดูแลแก้ไขเท่าที่ควร

ความรู้และความตื่นตัวของผู้บริโภค ถือเป็นเป้าปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการสร้างภูมิต้านทาน และป้องกันปัญหาดังกล่าว หากผู้บริโภคมีความรู้ความเข้าใจและระมัดระวังว่า “เครื่องดื่ม อาหารเสริม และยาบำรุง” ชนิดต่างๆที่บริโภคเข้าไปนั้น “มีอะไร ซ่อนอยู่ในขวด” ก็จะทำให้สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน สินค้าที่ไม่ปลอดภัย ไม่สามารถจำหน่ายได้ เพราะไม่มีผู้ซื้อ

ขณะนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขได้พัฒนาโปรแกรม “Single Window เตือนภัย” ซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐกับชาวบ้านจะเห็นหน้าจอเดียวกันในการเผยแพร่ข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ด้านอาหารและยาในลักษณะที่เป็นทั้งหลักฐานข้อมูล (Evidence) ระบบเฝ้าระวัง (Watchdog) และเครือข่ายความร่วมมือ (Network) ในการช่วยกันพัฒนาวิชาการและกลไกคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งประชาชนทั่วไป และผู้สนใจสามารถเปิดดูได้ใน www.tumdee.org/alert ขณะนี้บางพื้นที่ได้มีการฝึกอบรม นักคุ้มครองผู้บริโภคชุมชนโดยคัดเลือกจาก อสม.เพื่อพัฒนาทักษะในการทดสอบอาหารต่างๆ ว่ามีสารปนเปื้อน หรือมีส่วนประกอบที่ไม่เหมาะสมต่อการบริโภคหรือไม่ โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนสุขภาพชุมชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งคาดหวังว่าต่อไปจะเป็นรูปแบบที่สามารถขยายไปดำเนินการได้ทั่วประเทศ

“อะไร…ซ่อนอยู่ในขวด” ใส่ใจก่อนบริโภคนะครับ ///หมอชาวบ้าน