กรมสุขภาพจิต เน้นย้ำ ใช้ชีวิตพอเพียงอย่างมีสติ

แนวทางสร้างสุขทั้งในสถานประกอบการและชุมชน ที่สามารถทำได้ง่าย คือ การพอเพียงอย่างมีสติ และทำจิตอาสา ซึ่งการพอเพียงอย่างมีสติ พึงพอใจในสิ่งที่มี จะทำให้เรารู้จักความพอดี มีความสุขกับชีวิตตามอัตภาพ ไม่ยึดติด และปล่อยวางได้ นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต เป็นประธานเปิดงานเนื่องในวันสุขภาพจิตโลก ประจำปี 2560 (World Mental Health Day 2017)

ภายใต้แนวคิด “Mental health in the workplace : จิตดี๊ดี…มีสุข…สนุกกับงาน” ร่วมด้วย นาวาอากาศตรี นายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต นายแพทย์ พงศ์เกษม ไข่มุกด์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิตและคณะผู้บริหาร เพื่อสร้างความตระหนัก และสนับสนุนให้เกิดการจัดบริการที่ดีต่อสุขภาพจิตคนทำงาน มีการจัดเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การสร้างสุขในองค์กรและการสร้างสุขให้ตนเองในการทำงาน กิจกรรมและนิทรรศการความรู้ อาทิ รำลึกถึง “ร.9 คีตราชัน” โดย วงดุริยางค์ทหารบก กิจกรรม “ขยับกาย ชีวีมีสุข” โดย กรมอนามัย “เครียดได้ ก็หายได้””สุขสร้างได้ เสริมพลังใจ คนวัยทำงาน” “การจ้างงาน…ออทิสติก” และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าผู้ป่วย โดย หน่วยงานสังกัดกรมสุขภาพจิต เป็นต้น โดยมีผู้เข้าร่วมงาน ประกอบด้วย คณะผู้บริหาร ผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและส่งเสริมสุขภาพจิตให้กับบุคลากรจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงสาธารณสุข ตลอดจนผู้แทนจากองค์กรเอกชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และแกนนำชุมชนที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพจิตให้กับประชาชน รวมประมาณ 100 คน
นาวาอากาศตรี นายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ปัญหาสุขภาพจิตวัยทำงานในทั่วโลกที่พบบ่อย คือ โรคซึมเศร้า ประมาณ 300 ล้านคน และ ภาวะเครียด โรควิตกกังวล ประมาณ 260 ล้านคน เพราะชีวิตส่วนใหญ่ของเราจะอยู่ในช่วงเวลาของการทำงาน ซึ่งมีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ หากมีประสบการณ์การทำงานที่ดี ย่อมส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตและผลผลิตของงาน ตรงกันข้าม หากมีประสบการณ์การทำงานที่ไม่ดี ย่อมส่งผลต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิต เกิดปัญหาสุขภาพตามมา อาจใช้ยาเสพติด สุรา และหยุดงาน สำหรับประเทศไทย ปัญหาสุขภาพจิตวัยทำงาน (ช่วงอายุ 20 – 59 ปี) ที่น่าห่วง คือ ปัญหาการฆ่าตัวตาย ซึ่งพบว่า เป็นกลุ่มวัยที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงที่สุด อยู่ที่ 8.04 ต่อแสนประชากร โดยเฉพาะอายุระหว่าง 35-39 ปี มีอัตราการฆ่าตัวตายมากที่สุด 9.55 ต่อแสนประชากร และจากสถิติการขอรับบริการปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตของวัยทำงาน ผ่านสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน พบว่า ปัญหาทางจิตเวช เป็นปัญหาสำคัญลำดับแรกที่วัยทำงานโทรเข้ามาปรึกษามากที่สุด จำนวน 20,102 คน รองลงมา คือ ปัญหาความเครียดหรือวิตกกังวล จำนวน 17,347 คน เช่น ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพกาย โรคเรื้อรัง มีหนี้สิน ฯลฯ ปัญหาความรัก จำนวน 4,776 คน ปัญหาครอบครัว 2,513 คน และซึมเศร้า 2,085 คน ตามลำดับ. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth